m4la ดูดวงโหราศาสตร์พระเวท
m4la โหราศาสตร์เป็นศาสตร์แห่งการพยากรณ์ที่ใช้ตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของดวงดาวในการทำนายอนาคตและโชคชะตาของบุคคล ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญในบ้านเมืองและโลก โหราศาสตร์พระเวท (Vedic Astrology) , ชโยติษ หรือ โหราศาสตร์ภารตะ (Jyotish Astrology) เป็นระบบหนึ่งของโหราศาสตร์ที่ใช้ตำแหน่งดวงดาวจริงบนท้องฟ้า โดยคำนวณจากวัน เดือน ปี เวลา และสถานที่เกิด รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เพื่อนำมาผูกดวงชะตาและพยากรณ์ m4la
โหราศาสตร์และดาราศาสตร์มีรากฐานมาตั้งแต่ยุคบาบิโลน อียิปต์โบราณ และกรีก ก่อนจะเผยแพร่ไปยังดินแดนต่าง ๆ ผ่านการปกครองและการอพยพของผู้คน ระบบจักรราศีของโหราศาสตร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ระบบสายนะ (Tropical Zodiac) หรือ จักรราศีเคลื่อนที่ ใช้ในโหราศาสตร์ดั้งเดิมและโหราศาสตร์สากล และ ระบบนิรายนะ (Fixed/Sidereal Zodiac) หรือ จักรราศีคงที่ ใช้ในโหราศาสตร์ตะวันออก เช่น โหราศาสตร์ไทยและโหราศาสตร์พระเวท ( m4la )
ระบบจักรราศีทั้งสองมีจุดกำเนิดเดียวกัน โดยคาดการณ์ว่าหลักแนวคิดของโหราศาสตร์ตะวันตกได้แพร่เข้าสู่ดินแดนตะวันออก หลังจากที่ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช เข้าตีแคว้นปัญจาบ บริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุ ทางตะวันออกของอินเดีย ประมาณ พ.ศ. 217 ในช่วง พ.ศ. 828 ระบบทั้งสองใช้จุดเริ่มต้นของราศีเมษจากตำแหน่งเดียวกัน คืออ้างอิงจาก ดาวจิตตรา (Spica/รวงข้าว) หรือ จุดศารทวิษุวัต (Autumnal Equinox) ซึ่งกำหนดให้เล็งกับ กำหนดเล็งจุดเมษหรือจุดวสันตวิษุวัต (Vernal Equinox)
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป การเอียงและการหมุนของแกนโลก (Precession) ส่งผลให้จุดเมษมีการเคลื่อนที่ โดยเฉลี่ยประมาณ 1 องศาทุก ๆ 72 ปี (หรือ 50 พิลิปดาต่อปี) ระบบนิรายนะ ยังคงใช้จุดเมษดั้งเดิม ระบบสายนะ ใช้จุดเมษที่เปลี่ยนไปตามตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในปัจจุบัน ส่งผลให้ในปัจจุบัน ตำแหน่งของดาวบนฟ้าแม้จะอยู่ในจุดเดียวกัน แต่เมื่ออ่านค่าตามระบบราศี ทั้งสองระบบจะให้ผลต่างกัน เรียกค่าความคลาดเคลื่อนนี้ว่า อายนางศะ (Ayanamsa) ในส่วนการทำนายปรัชญา แนวคิด กฏเกณฑ์พื้นฐานทั้ง 2 ระบบคล้าย ๆ กันมีการพัฒนาเครื่องมือแยกย่อยไป ตามแต่ละระบบ
จุดแตกต่างที่สำคัญของโหราศาสตร์ทั้งสองระบบ โหราศาสตร์สากล (Tropical Zodiac) กำหนดจุดเริ่มต้นราศีเมษจาก ฤดูกาล โดยดวงอาทิตย์จะยกเข้าสู่ราศีเมษประมาณ 20-22 มีนาคม (เมื่อเส้นสุริยวิถีตัดเส้นศูนย์สูตรฟ้า) โหราศาสตร์ไทย (Fixed/Sidereal Zodiac) กำหนดจุดเริ่มต้นราศีเมษจากตำแหน่งเดิมของดาวฤกษ์ โดยดวงอาทิตย์จะยกเข้าสู่ราศีเมษประมาณ 16-17 เมษายน ตำแหน่งดาวบนฟ้าดวงเดียวกัน แต่จุดนับราศีต่างกัน ตำแหน่งราศีที่อ่านได้จึงต่างกัน
สำหรับตำแหน่งดาวหรือสมผุสดาวในโหราศาสตร์พระเวท (Vedic Astrology) ปฏิทินที่นิยมใช้มี 2 แบบ คือ [1]. "ปฏิทินโหรฯ นิรายนะวิธี เป็นปฏิทินที่คำนวณระบบดาราศาสตร์สากล นิรายนะวิธี ตัดอายนางศะ แบบลาหิรี (Lahiri) มีสมผุสดาว 12 ดวง นอกจากนี้โปรแกรมมีอายนางศะแบบอื่น ๆ ให้เลือก เช่น กฤษณะมูรติ, จิตรปักษ์ , รามณะ, ฟาแกน/แบรดลีย์ฯ [2]. ปฏิทินโหราศาสตร์ไทย สุริยยาตร์ เป็นปฏิทินแบบดั้งเดิมของโหรไทยในสมัยก่อน คำนวณจากคัมภีร์สุริยยาตร์และคัมภีร์มานัตต์ แบบเดียวกับคัมภีร์สุริยสิทธานตะ (Surya Siddhanta) ของอินเดียโบราณ มีสมผุสดาว 10 ดวง อาทิตย์-มฤตยู เฉพาะเกตุที่มีสูตรคำนวณเฉพาะ
โหราศาสตร์พระเวท (Vedic Astrology) ในอินเดียมีเครื่องมือมากมายหลายสำนัก หลายภูมิภาคแตกต่างกัน โปรแกรมโหราศาสตร์พระเวทนี้ จะมีปกรณ์เฉพาะโหราศาสตร์พระเวทที่นิยมใช้ในไทย เช่น วิมโสตรีทศา 120 ปี 4 ระดับ, อัษโตตรีทศา 108 ปี 4 ระดับ, ครหสนธิ, โหรายาม, จักรราศีวิภาค, กรันติ, แลตติจูด, นวางค์จักร, ตรียางค์จักร, แสดงบุษกรนวางศ์ นวางค์มรณะ ตรียางค์มรณะ ฤกษ์พิษ มรณะองศา, มุมสัมพันธ์ และดวงจรแบบต่าง ๆ ตารางมุมสัมพันธ์และดวงจร, ศูนย์รังสี, ตารางองศาสรุป, เปรียบเทียบปฏิทิน สมผุสดาว ลัคนา แต่ละแบบ, กราฟดาว วันเวลาย้ายราศี สามารถตั้งค่าเฉพาะได้ เป็นต้น
จุดประสงค์หลัก ในการพัฒนาโปรแกรมโหราศาสตร์พระเวทนี้ คือเพื่อเผยแพร่วิชาฯ ให้รู้จักในกลุ่มกว้าง หากมีแต่เครื่องมือภาคคำนวณ ตัวเลข องศา ราศี เพียงอย่างเดียว อาจดูไม่น่าสนใจและยากเกินไปสำหรับผู้ใช้ทั่วไป จึงได้เพิ่มคำทำนายพื้นฐานในเบื้องต้น พอแนวทาง ไม่ได้ผสมดาวตีความหมายในทุกมิติตามตำรา แต่หากมีความรู้ทางโหราศาสตร์บ้าง ก็สามารถนำความหมายของดาว ราศี เรือนชะตา การทำมุม มาผสมคำทำนาย ให้เหมาะสม ให้น้ำหนักคำทำนายว่าชะตาดีร้ายเด่นด้อยในเรื่องใดบ้าง